แผลและการทำความสะอาดแผล

(Wound and Wound dressing)

 

 

การทำความสะอาดแผล

 

1.   ตรวจสอบคำสั่งการรักษาและบันทึกทางการพยาบาลเกี่ยวกับการ dressing แผล ทั้งนี้เพราะการทำแผลเป็นกิจกรรมที่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของพยาบาล คำสั่งการรักษาจะกำหนดเกี่ยวกับชนิดของการทำแผล น้ำยาที่ใช้ ชนิดของ dressing บันทึกทางการพยาบาลจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของแผล สิ่งขับหลั่ง ความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย ปริมาณของใช้ที่ต้องใช้สำหรับการทำ dressing

2.   ประเมินระดับความเจ็บปวดแผลของผู้ป่วย และให้ยาเพื่อระงับอาการปวดก่อนการทำแผล ประมาณ 30นาที (ถ้าจำเป็น) เพื่อให้ยาถูกดูดซึม และออกฤทธิ์เต็มที่ในการบรรเทาปวด

3.   บอกผู้ป่วยให้ทราบว่าจะทำแผลให้ รวมทั้งอธิบายสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการทราบเกี่ยวกับแผลและการทำแผล เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยและทำให้ผู้ป่วยให้ความร่วมมือ

4.   ล้างมือให้สะอาด เช็ดมือให้แห้ง

5.   เตรียมเครื่องใช้ในการทำแผล หากต้องการสำลี ก็อซ จำนวนมากกว่าที่มีอยู่ในชุดทำแผลในรถทำแผลไปที่เตียงผู้ป่วย

6..   นำเครื่องใช้ในการทำแผลไปที่เตียงผู้ป่วยวางเครื่องใช้ในการทำแผลในที่แห้งสะอาดและแนะนำผู้ป่วยไม่ให้สัมผัสชุดทำแผล เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค

mmm

7.ปิดม่านเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย
8.   ช่วยเหลือผู้ป่วยให้อยู่ในท่าที่สุขสบายและสะดวกต่อการทำแผล เปิดเฉพาะตำแหน่งที่มีแผล

9.   วางชามรูปไตหรือถุงพลาสติกสะอาดบนเตียงใกล้ตำแหน่งแผล ในกรณีใช้ถุงพลาสติก ให้เปิดปากถุงพลาสติกออก พับปลายบนเอาด้านในออกมาด้านนอก เพื่อความสะดวกในการทิ้งของที่ใช้แล้ว การพับปลายบนของถุงพลาสติก เพื่อป้องกันไม่ให้ภายนอกถุงพลาสติกสัมผัสกับของสกปรก ทั้งนี้จะต้องระมัดระวังไม่ให้ข้ามกรายของใช้ปลอดเชื้อ

10.  ล้างมือและเช็ดมือให้แห้ง สวมถุงมือสะอาดแกะ dressing เก่าออกอย่างนิ่มนวล โดยใช้มือหนึ่งดึงผิวหนังลง ส่วนอีกมือหนึ่งแกะพลาสเตอร์โดยดึงเข้าหาแผล ในรายที่มีขนบนผิวหนังมาก การแกะพลาสเตอร์ออกจะกระทำได้ค่อนข้างยาก ให้แกะตามแนวขน ใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาอะซีโตนเช็ดพลาสเตอร์ ให้ชุ่มจะแกะออกง่าย เช็ดคราบพลาสเตอร์ออกให้หมด การแกะ dressing เก่าทิ้ง ให้แกะเฉพาะ dressing ชิ้นบนทิ้งก่อนแล้วจึงค่อยๆแกะ dressing ชิ้นในที่ติดแผลทิ้ง ในกรณีที่ผ้าปิดแผลติดกับแผล ให้ใช้ NSS หยดลงบนผ้าปิดแผลให้ชุ่ม (ยกเว้นมีข้อห้าม) ในกรณีที่แผลมีท่อระบายต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบติเหตุ การแกะพลาสเตอร์เก่าออกอย่างนิ่มนวลเพื่อป้องกับความเสียหายต่อผิวหนัง dressing ชิ้นในที่ติดแผล ถ้าดึงออกทันทีจะทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังงอกขยายได้

11. หยิบที่มุมด้านนอกของผ้าปิดแผลด้านตรงข้ามกับผู้ป่วยเปิดผ้าปิดแผลโดยไม่ให้ผู้ป่วยเห็นด้านในของผ้าปิดแผล
เพื่อช่วยลดความกลัวและความวิตกกังวล ขณะเดียวกันให้สังเกตลักษณะแผล ปริมาณ สี กลิ่นและสิ่งขับหลั่ง เพื่อสำรวจอาการแสดงของภาวะแทรกซ้อนและการหายของแผล

12.  พับผ้าก๊อซด้านที่สัมผัสกับแผลให้อยู่ด้านในทิ้งในภาชนะรองรับ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

13.   ถอดถุงมือ ล้างมือและเช็ดมือให้แห้ง

14.  เปิดชุดทำแผลด้วยวิธีการปลอดเชื้อบริเวณโต๊ะคร่อมเตียง หรือบริเวณที่สะดวกต่อการทำแผล แต่ต้องเป็นตำแหน่งที่ผู้ทำแผลไม่ทิ้งสำลีหรือก๊อซที่ใช้แล้ว  ข้ามกรายของใช้ปลอดเชื้อในชุดทำแผล  เทน้ำยาระงับเชื้อ  alcohol  70%  ลงในถ้วยใส่น้ำยา   ยกขวดน้ำยาให้สูงพอควร  ระวังปากขวดสัมผัสกับของใช้  การใช้เทคนิคปลอดเชื้อจะช่วยในการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่แผล


15.  ใช้  transfer  forceps  หยิบ  forceps  ในชุดทำแผล  หรือใช้มือจับผ้าด้านนอกของชุดทำแผลเพื่อยกด้าม  forceps  ขึ้น  แล้วใช้มือหยิบ  forceps  ออกจากชุดทำแผล  ในกรณีที่ใส่ถุงมือปลอดเชื้อให้ใช้   มือหยิบ  forceps  ในชุดทำแผลได้
16.  ใช้  forceps  หยิบสำลีชุบ  alcohol  70%  พอหมาด  เช็ดทำความสะอาดแผล
16.1    เช็ดแผลโดยเริ่มจากตัวแผลออกไปซึ่งจะเช็ดจากบนลงล่าง  หรือจากกึ่งกลางออกไป



16.2   ใช้สำลีหนึ่งก้อนต่อการเช็ดหนึ่งครั้งในแต่ละตำแหน่ง ทิ้งสำลีลงบนชามรูปไตหรือถุงพลาสติก
ระวัง forcept สัมผัสกับชามรูปไตหรือถุงพลาสติก



16.3  ทำความสะอาดแผลผ่าตัดให้เสร็จก่อน จึงทำความสะอาดแผลที่มีท่อระบาย (ถ้ามี) โดยเช็ดเป็นวงกลม
รอบท่อระบาย เริ่มจากตรงกลางออกมา ใช้สำลี 1 ก้อน ต่อการเช็ด 1 รอบ
16.4   รอให้น้ำยาระงับเชื้อแห้งขณะทำแผลหากจะวาง forcept  ให้วางด้าม forcept ตรงบริเวณที่มือ
จับนอกบริเวณปลอดเชื้อ การทำความสะอาดแผลจะต้องเริ่มจากตัวแผล ซึ่งเป็นบริเวณที่ถือว่ามีการปนเปื้อน
ของเชื้อโรคน้อยที่สุดออกไปบริเวณที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคมากกว่า
เพื่อหลีดเลี่ยงการปนเปื้อนของเชื้อโรคที่มักจะปรากฏตัวอยู่บริเวณผิวหนังรอบๆแผล

17.   ปิดแผลโดยใช้ forcept หยิบผ้าก๊อซวางคลุมบนแผล ห้ามวางลงข้างแผลแล้วดึงเลื่อนมาปิดแผล ชั้นให้มีความหนาพอสมควร
เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคถ้าแผลมีท่อระบายให้วาง  Y- gauze  รอบแผลหลายๆ   
การวางY-gauze  รอบแผลหลายชั้น  เพื่อการดูดซับสิ่งขับหลั่งที่ได้ดี



1
8.   ถอดถุงมือ  (ถ้ามี)

19.  ยึดผ้าก๊อซด้วยพลาสเตอร์ตามแนวขวางลำตัว  ให้ความกว้างและความยาวของพลาสเตอร์มีขนาดพอเหมาะ   เพื่อป้องกันไม่ให้พลาสเตอร์ย่นและหลุด เมื่อมีการเคลื่อนไหวของร่างกาย



20.   เก็บเครื่องใช้ในการทำแผล ช่วยเหลือผู้ป่วยให้อยู่ในท่าที่สุขสบาย

21.   นำเครื่องใช้ในการทำแผลที่ต้องนำกลับมาใช้อีกแช่น้ำยาทำลายเชื้อ เช่น น้ำยา Lysol 2-5% หรือ Savlon 1: 30 นาน 30 นาที ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

22.  ล้างมือให้สะอาด

23.  บันทึกการทำแผล ลักษณะของแผล และสิ่งขับหลั่งรวมทั้งสภาพของผู้ป่วยในแผ่นบันทึกการพยาบาลเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการหายของแผล ผลกระทบต่อผู้ป่วยและรับรู้ความต้องการของผู้ป่วย