หน้าหลัก วัตถุประสงค์ วิธีให้สารน้ำ การเลือกใช้หลอดเลือดดำ ชนิดของสารน้ำ อาการแทรกซ้อน

อาการแทรกซ้อนจากการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดํา

 

1. Infiltration เกิดเมื่อเข็มที่ให้สารละลายทางหลอดเลือดดํา (IV.fluid) เบี่ยงเบนออกนอกเส้นเลือดทําให้IV.fluid สะสมอยู่ ที่เนื้อเยื่อรอบๆเส้นเลือดนั้น ก่อให้เกิดอาการบวมและปวด พยาบาลควรตรวจสอบตําแหน่งที่ให้IV.fluid บ่อยๆ ว่าเกิด infiltration หรือไม่ และควรบอกให้ญาติหรือผู้ป่วยตรวจสอบตําแหน่งที่ให้ IV.fluid บ่อยๆ เช่นกัน และรายงานให้พยาบาลทราบเ้มื่อเมื่อเกิด Infiltration จะได้ให้การพยาบาลได้ทันท่วงทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ IV.fluid มียาบางชนิดผสมอยู่ซึ่งจะทําให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ เส้นเลือดดํานั้นตายได้

2. Thrombosis เกิดขึ้นเมื่อเส้นเลือดได้รับอันตรายกระทบกระเทือน เช่นการแทงเข็มให้IV.fluid เข้าในเส้นเลือด ทําให้เกิดก้อนเลือด (Blood clot ) บริเวณรอบๆ เข็ม ซึ่งจะทําให้ IV. fluid หยุดไหลเข้าสู่ผู้ป่วย เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นนี้ พยาบาลควรจะหาตําแหน่งใหม่เริ่มต้นให้ IV.fluid ณ . ตําแหน่งใหม่ ด้วยเข็มใหม่พยาบาลอย่าพยายามฉีดสารละลายนอร์มัลเข้าทางหลอดเลือดดํา (vein) เพื่อที่จะให้ก้อนเลือดหลุดจากเข็มให้ IV.fluid และ IV.fluid จะได้ไหล เพราะก้อนเลือดที่หลุดไปอาจเข้าไปอยู่ในอวัยวะสําคัญภายในร่างกาย และก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงตามมาภายหลัง

3. หลอดเลือดดําอักเสบ (thrombophlebitis) เป็นอาการอักเสบของหลอดเลือดดํา (Vein)

    ที่มีสาเหตุจาก

      1. ระยะเวลาที่ให้IV. fluid นานเกินไป

      2. อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้ IV. fluid สกปรก ปนเปื้อนเชื้อโรค

      3 . การระคายเคืองจากยาที่ให้ทางหลอดเลือดดํา

      4. พิษและความเป็นกรด - ด่างของสารละลายหรือยาที่ให้

      5. ตําแหน่งที่ให้คือหลอดเลือดดําบริเวณขา

      6. การติดเชื้อ

      อาการและอาการแสดง คือ บริเวณที่ให้ ปวด บวม แดง ร้อน เคลื่อนไหวบริเวณนั้นไม่ได้

    การพยาบาล

     1. หยุดการให้ IV.fluid

     2. ถอดเข็มให้ IV.fluid ออกจากเส้นเลือดนั้น

     3. ประคบร้อนบริเวณที่เกิดการอักเสบ

     4. พักส่วนของร่างกายที่มีการอักเสบ

     5. รายงานพยาบาลหน้าเวร และแพทย์ ผู้เกี่ยวข้อง  

     6. จดบันทึกอาการและอาการแสดง ตําแหน่งที่เกิด การรักษาพยาบาลที่ผู้ป่วยได้รับลงในแผ่นบันทึกการให้การพยาบาล

    การป้องกัน

     1. ใช้เทคนิคการพยาบาลที่สะอาดปราศจากเชื้อโรค (Sterile techique)

     2. อุปกรณ์ ที่ใช้ต้องสะอาดปราศจากเชื้อโรค

     3. ตรวจสอบ IV.fluid ว่าขุ่นหรือไม่สีเปลี่ยนหรือไม่ถ้ามีลักษณะดังกล่าวไม่ควรใช้

     4. IV.fluid เตรียมที่จะให้ผู้ป่วย ควรให้ในเวลาไม่เกิน 24 ช.ม.หลังเตรียม

     5. เปลี่ยนชุดให้สารน้ำทุก 48 – 72 ชั่วโมง ตามนโยบายของสถาบัน

     6. ให้ยาทาง IV.fluid ช้าๆ

     7. หลีกเลี่ยงการให้IV.fluid บริเวณขาหรือหลอดเลือดดําเล็ก

4. ปวดบริเวณตําแหน่งที่ให้ IV. fluid เกิดจากปลายเข็มแตะติดผนังเส้นเลือด,สาร IV.fluid และเข็มตึงเกินไป,ยาซึ่งระคายเคืองต่อหลอดเลือดดําที่ให้เร็วเกินไป เมื่อเกิดอาการแทรกซ้อนนี้พยาบาลควรจะปรับสาย IV.fluid และเข็มให้หย่อนโดยหาแผ่นรองแขนหรือหมอนรองส่วนของร่างกายที่ให้ IV.fluid เพื่อให้มีความตึงตัวที่เหมาะสม นอกจากนี้ควรฉีดยาเข้าหลอดเลือดดําช้าๆ

5. เนื้อเยื่อตาย (Necrosis) เกิดจากยาหรือสารละลายที่มีความระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อมาก รั่วออกนอกเส้นเลือดดําไปยังเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ หลอดเลือดดํานั้นๆเช่นยา epinephrine, ยาเคมี - บําบัด levarterenol พยาบาลควรจะหยุดการให้IV.fluid ทันทีเมื่อเกิดอาการแทรกซ้อนนี้

6. Circulartory overload เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยได้รับ IV.fluid มากเกินไป โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ ผิวหนังแดง คลื่นไส้ อาเจียน ชีพจรไม่สม่ำเสมอ หายใจลําบาก การป้องกันคือ พยาบาลต้องคํานวณอัตราการให้ IV.fluid อย่างแม่นยําและหมั่นตรวจสอบอัตราการหยด IV.fluid อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงปรับหยดให้ถูกต้องตลอดระยะเวลาที่ให้บันทึกจํานวนน้ําเข้าและออกจากร่างกาย การวัด CVP (central venous pressure) ทําในรายที่จําเป็น

7. Pyrogenic reactions เกิดขึ้นเมื่อ IV.fluid ที่ให้กับผู้ป่วยปนเปื้อนเชื้อโรค ผู้ป่วยจะมีอาการและอาการแสดงคือมีไข้, คลื่นไส้, อาเจียน , ปวดศีรษะ เมื่อเกิดอาการแทรกซ้อนดังกล่าว พยาบาลต้องหยุดให้ IV.fluid ทันทีส่งขวด IV.fluidดังกล่าวให้เภสัชกรตรวจสอบ , จด stock humber ไว้เนื่องจาก IV.fluid รุ่นเดียวกันอาจปนเปื้อนเชื้อโรคทั้งหมด