หน้าแรก / กลับไปหน้าเดิม / English version / ผู้สร้างเว็บไซต์     

                         การนวดหลัง
การนวดหลัง เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผู้ป่วยรู้สึกสบายบรรเทาจากการปวดเมื่อยร่างกาย ที่ต้องนอนอยู่บนเตียงนานๆ การนวดเป็นศิลปะที่ใช้การสัมผัสด้วยมือนุ่มๆ มีจังหวะ มีน้ำหนักเบา การนวดหลังจะทำภายหลังการอาบน้ำ หรือ ก่อนอน หรือตามที่ผู้ป่วยต้องการ เพื่อความสุขสบายของผู้ป่วย

หลักการนวดหลัง
1. จัดท่าให้ผู้ป่วยสุขสบาย จะเป็นท่านอนตะแคงหรือนอนคว่ำก็ได้ ให้ตัวผู้ป่วยอยู่ใกล้พยาบาลอยู่ในท่าทางการทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง
2. ไม่นวดบริเวณที่มีการอักเสบ มีแผล กระดูกซี่โครงหัก ผู้ป่วยโรคหัวใจ มีข้า โรคผิวหนัง หรือมีอาการบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง
3. ไม่นวดแรงเกินไปจนผู้ป่วยเจ็บ
4. นวดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
5. ทาแป้ง / ครีม / โลชั่นเพียงชนิดเดียวก่อนนวด
6. การนวดเริ่มจากการใช้ผ่ามือทั้งสองข้างลูบกล้ามเนื้อ ( Stroking) โดยให้น้ำหนักการลูบขึ้นมากกว่าลูบลง และเมื่อนวดหลังเสร็จแล้วให้ลูบกล้ามเนื้อซ้ำอีกครั้ง
7. ควรนวดนานประมาณ 5 – 10 นาที หรือตามต้องการของผู้ป่วย

จุดประสงค์
1. กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น เพื่อป้องกันแผลกดทับ
2. กล้ามเนื้อผ่อนคลายความตึงตัว และประสาทคลายความตึงเครียด
3. กระตุ้นผิวหนังและต่อมเหงื่อให้ทำงานดีขึ้น
4. สังเกตความผิดปกติของผิวหนังบริเวณหลัง

เครื่องใช้
1. แอลกอฮอล์ 25 %
2. ครีม / โลชั่น / แป้ง
3. ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว

วิธีกานวดหลังปฏิบัติดังนี้
1. พยาบาลแนะนำตนเอง บอกให้ผู้ป่วยทราบและอธิบายวัตถุประสงค์และวิธีการอย่างง่าย เพื่อความร่วมมือ และลดความวิตกกังวลของผู้ป่วย
2. นำเครื่องใช้ต่างๆมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง กั้นม่านให้มิดชิด เพื่อประหยัดเวลาและไม่เปิดเผยผู้ป่วย
3. ล้างมือ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค
4. จัดท่านอนคว่ำหนุนหมอนหรือไม่หนุนหมอนก็ได้ให้ศีรษะหันไปข้างใดข้างหนึ่ง ผู้ป่วยหญิงควรใช้ผ้าเช็ดตัว/หมอนเล็กๆ รองใต้หน้าอก เลื่อนตัวผู้ป่วยมาชิดริมเตียง ถ้าผู้ป่วยนอนคว่ำไม้ได้ให้นอนตะแคง เพื่อให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบาย และพยาบาลนวดหลังผู้ป่วยได้สะดวก
5. เลื่อนผ้าห่มมายบริเวณก้นกบ ปุผ้าเช็ดตัวทับบนผ้าห่ม ถ้าผู้ป่วยนอนตะแคง ให้ปูผ้าเช็ดตัวตามยาวแนบหลังผู้ป่วย เพื่อป้องกันผ้าปูที่นอนเปื้อน และไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกอาย
6. เทแอลกอฮอล์ 25% ลงบนฝ่ามือทาให้ทั่ว รอให้แห้งจึงทาแป้ง หรือทาครีม หรือโลชั่น
( ใช้เพียงอย่างเดียว) เพื่อลดการเสียดสี ถ้าผู้ป่วยผิวแห้ง จะไมใช้แอลกอฮอล์ทาหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งแตกมากขึ้น
7. นวดบริเวณหลังตามขั้นตอน ดังนี้
7.1 Stroking การลูบตามแนวยาวใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างวางที่ก้นกบ ค่อยๆลูบขึ้นตามแนวกระดูกสันหลัง จนถึงต้นคอ ให้น้ำหนักกดลงที่ปลายนิ้ว แล้วอ้อมมาที่ไหล่ สีข้าง และตะโพก ทำช้าๆ เป็นจังหวะประมาณ 3 – 5 ครั้ง และลูบตามแนวยาวของกล้ามเนื้อไหล่ ( Trapezius) กล้ามเนื้อสีข้าง ( Latissimus dorsi) ทั้งสองข้างช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อและการไกลเวียนให้ดีขึ้น
7.2 Kneading/Petrissage การบีบนวดกล้ามเนื้อ
วิธีที่ 1 วางนิ้วก้อย นาง กลาง และนิ้วชี้ แนบแนวกระดูกสันหลัง พร้อมปลายนิ้วหัวแม่มือบีบกล้ามเนื้อไขสันหลัง ( Erector sninous) เข้าหากัน ทำพร้อมกันทั้งสองมือ
วิธีที่ 2 ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองมือ กดและบีบข้างกระดูกสันหลัง เข้าหากันและคลายออก ทำซ้ำประมาณ 5 – 6 ครั้ง
การบีบนวดกล้ามเนื้อบริเวณไขสันหลังผ่อนคลายและกระตุ้นการไหลเวียนให้ดีขึ้น
7.3 Clapping การใช้อุ้งมือตบเบาๆโดยห่อมือให้ปลายนิ้วชิดกันทั้งสองข้างให้เกิดช่องว่างตรงกลางฝ่ามือ ตบเบาๆ สลับมือกัน โดยกระดกข้อมือ ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
7.4 Flicking การใช้หลังนิ้วกลาง นาง ก้อย ทั้งสองมือ เคาะบริเวณหลังเบาๆโดยกระดกข้อมือ ทำซ้ำประมาร 10 ครั้ง
7. 5 Hacking การใช้สันมือสับเบาๆ ใช้สันหลังมือด้านนิ้วก้อน สับสลับกันเร็วๆโดยการกระดกข้อมือ สับขวางตามใยกล้ามเนื้อบริเวณตะโพก ก้น และต้นขา ทำซ้ำ ประมาร 10 ครั้ง
7.6 Beating การกำมือหลวมๆทุบเบาๆ เร็วๆสลับขึ้นลง บริเวณตะโพก ก้น และต้นขา โดยการกระดกข้อมือ ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง การใช้แรงจากข้อมือ ทำให้ไม่เกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายผ่อนคลายและการไหลเวียนดีขึ้น
7.7 ลูบตามแนวยาวๆอีกครั้ง ( Stroking) ลูบเบากว่าครั้งแรก ทำซ้ำประมาร 5 – 6 ครั้ง
8. สวมเสื้อผ้าให้ผู้ป่วยและจัดให้นอนในท่าที่สบาย เพื่อความสุขสบายของผู้ป่วย
9. เก็บเครื่องใช้ไปทำความสะอาดและเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย เพื่อความสะดวกในการใช้ครั้งต่อไป

 

 

 

webmaster~Mr.Thumanoon Kuangtip,Faculty of Nursing,(Siriraj). Mahidol University

mr.keita_dark@hotmail.com,u4909166@student.mahidol.ac.th