การทำแผล

หน้าหลัก / ชนิดของการทำแผล / อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำแผล / หลักการทำแผล / การปฏิบัติการทำแผลโดยใช้กระบวนการพยาบาล / การให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยในการดูแลแผล / การตัดไหม

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำแผล

1. อุปกรณ์ทำความสะอาดแผล ได้แก่

1.1 ชุดทำแผล ( instrument) ที่ผ่านขั้นตอนการทำให้ปราศจากเชื้อ ประกอบด้วย ปากคีบ

ชนิดไม่มีเขี้ยว ( non-tooth forceps) ปากคีบมีเขี้ยว (tooth forceps) ถ้วยใส่สารละลาย ( iodine cup) สำลี ผ้าก๊อส

1.2 สารละลาย ( solution) ได้แก่ น้ำยาฆ่าเชื้อ (antiseptic) และน้ำเกลือล้างแผล ( 0.9%

normal saline) ที่ปราศจากเชื้อ

1.2.1 แอลกอฮอล์ 70% (alcohol 70%) ใช้สำหรับเช็ดผิวหนังรอบ ๆ แผล สามารถ

ฆ่าเชื้อโรคที่ผิวหนังประมาณร้อยละ 90 ภายใน 2 นาที

โดยมีฤทธิ์ทำให้โปรตีนตกตะกอนหรือแตกสลายและจะระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อเมื่อนำไปใช้ในบาดแผล

หรือบริเวณที่มีรอยแผลสด ทำให้สิ่งขับหลั่งเกิดตะกอนขุ่น

ซึ่งจะมีผลต่อการอักเสบติดเชื้อบริเวณนั้นได้อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ เช็ดแผลโดยตรง

1.2.2 ทิงเจอร์ไอโอดีน ( tincture iodine) เป็นน้ำยาทำความสะอาดผิวหนังที่ดีมากราคาถูกและมีพิษ ( toxicity)

ต่อเนื้อเยื่อของร่างกายน้อย เป็น bactericidal สามารถฆ่าได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส

โดยจะฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังได้ประมาณร้อยละ 90 ภายใน 90 วินาที

จึงนิยมใช้เป็นน้ำยาสำหรับทำให้ผิวหนังปราศจากจากเชื้อ อาจใช้ในในการรักษาแผลถลอกได้ โดยใช้ความเข้มข้น 0.8-1%

แต่มีข้อเสีย คือ เมื่อทาบริเวณผิวหนังแล้วตัวทำละลายจะระเหยไป ทำให้ความเข้มข้นสูงขึ้น ผิวหนังไม้พองได้ ดังนั้นหลังจากใช้น้ำยา 1 นาที ให้เช็ดตามด้วยแอลกอฮอล์ 70%

1.2.3 เบตาดีน หรือโปรวิดีน ไอโอดีน ( betadine, providone-iodine solution) เป็น

น้ำยาที่ระคายเคืองต่อผิวหนังน้อยกว่า ทิงเจอร์ไอโอดีนใช้ได้ดีใน mucous membrane โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อ mucous และโปรตีนในสิ่งขับหลั่ง

1.2.4 ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ( hydrogenperoxcide) จัดอยู่ในกลุ่ม oxide ซึ่ง

สามารถฆ่าเชื้อได้โดยการสร้าง oxidant คือ hydroxyl free radical (-OH) /

ไปทำลายจุลินทรีย์ ( microorganism) ใช้สำหรับล้างแผลสกปรก แผลมีหนองหรือลิ่มเลือด

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แปรสภาพได้ง่ายจะสลายตัวถ้ามีสารอื่นเจือปนหรือถูกความร้อนและแสงสว่าง ดังนั้นจงควรเก็บไว้ในขวดสีชาที่มีฝาปิดแน่น

1.2.5 เดกิน ( dakin's solution หรือ hyperchlorite solution) สามารถฆ่าเชื้อโรคและทำลายเนื้อตาย ( necrotic tissue) ได้

จึงนิยมใช้กับแผลที่มีเนื้อตาย แต่มีข้อเสียคือจะละลายลิ่มเลือดและทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงได้

ไม่ควรใช้ในแผลสดเพราะระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ ก่อนทำแผลจึงควรเจือจางความเข้มข้นเป็นประมาณ ? - ? ส่วน

1.2.6 โซเดียมคลอไรด์ ( sodium chloride, NaCl 0.9% , normal saline) โดยทั่วไป

เรียกว่า น้ำเกลือ โดยมีคุณสมบัติเป็น isotonic กับเซลล์ ช่วยในการกระตุ้นการงอกขยายของเซลล์ใหม่และไม่ทำลายเนื้อเยื่อ

 

2. วัสดุสำหรับปิดแผล ปกติจะปิด 3 ชั้น ชั้นแรกติดกับแผล ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 อยู่บนสุด ซึ่งมีหลายชนิดคือ

2.1 ผ้าก๊อส ( gauze dressing) ขนาดต่าง ๆ สำหรับปิดแผลขนาดเล็กและมีสิ่งขับหลั่งเล็กน้อย

2.2 ผ้าก๊อสหุ้มสำลี ( top dressing) สำหรับปิดแผลที่มีสิ่งขับหลั่งจำนวนมาก

2.3 ผ้าก๊อสหุ้มสำลีขนาดใหญ่ ( gumgi) ใช้ปิดแผลขนาดใหญ่และมีสิ่งขับหลั่งจำนวนมาก

2.4 วายก๊อส ( y-gauze) เป็นผ้าก็อสที่ตัดตรงกลางเป็นรูปตัว Y ใช้ปิดแผลที่มีการใส่ท่อเพื่อระบายสิ่งขับหลั่ง

2.5 วาสลินก๊อส ( vasaline gauze) เป็นก๊อสชุบวาสลิน สำหรับปิดแผลเพื่อไม่ให้อากาศเข้าสู่แผล เช่น แผล chest drain

2.6 ก๊อส drain ผ้าก๊อสลักษณะเป็นสายยาว ใช้สำหรับใส่แผลที่มีรูโพรงขนาดเล็ก

2.7 trasparent film เช่น tegaderm ลักษณะเป็นแผ่นใส ๆ สามารถมองผ่านเห็นเนื้อแผลใช้

สำหรับปิดแผลขนาดเล็ก แผลที่ใกล้หาย ( healing wound) ปิดบริเวณที่แทงให้น้ำเกลือ หรือแผล subclavian catheter

2.8 hydroconloid หรือ hydrogel เช่น duoderm ลักษณะเป็นแผ่นยาง มีสารช่วยในการ

เจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ นิยมใช้ในแผลกดทับ

3. วัสดุสำหรับผ้าปิดแผล เมื่อทำแผลเสร็จแล้วต้องทำให้ผ้าปิดแผลอยู่กับที่ วัสดุที่ใช้บ่อยคือ

พลาสเตอร์ ( plaster) เพราะง่าย สะดวก แต่มีข้อเสียคือ ระคายเคืองผิวหนัง และเจ็บเวลาเอาออก

บางชนิดยืดได้ เช่น เทนโซพลาสต์ ( tenoplast) ใช้เพื่อกดรัดและช่วยในการห้ามเลือด

นอกจากนี้อาจใช้ ผ้าพันแผล ( elastic bandage) ก๊อสพันแผล ( gauze bandage) หรืออาจจะใช้ผ้าพันแผล

ซึ่งการพันขึ้นอยู่กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

4. อุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น เช่น กรรไกรตัดไหม กรรไกรตัดเชื้อเนื้อ ( Metzenbaum) ช้อนขูด

เนื้อตาย ( Currette) อุปกรณ์สำหรับหยั่งความลึกของแผล ( probe)

5. ภาชนะสำหรับทิ้งสิ่งสกปรก เช่น ชามรูปไต

หลักการทำแผล คือ ต้องสะอาดและปลอดภัย ประหยัดสิ่งของเครื่องใช้และเวลา

โดยใช้หลัก aseptic technique และจะต้องทำแผลสะอาดก่อนทำแผลสกปรกหรือติดเชื้อเสมอ

 

 

 

 

ย้อนกลับ  /  หน้าถัดไป