การให้อาหารทางสายให้อาหาร

หน้าหลัก / วัตุประสงค์ / วิธีการให้อาหารทางสายให้อาหาร / ผู้จัดทำ

 

ชนิดของการให้อาหารทางสายให้อาหาร

เครื่องมือที่ใช้และ การเตรียมอาหารเหลว

วิธีการให้อาหารทางสายยาง

รูปภาพประกอบวิธีการให้อาหารทางสายให้อาหาร

ข้อมูลเพิ่มเติม

ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสาย

 

    ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายให้อาหาร 

ภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายให้อาหาร ที่พบมีดังต่อไปนี้

1. ปลายสายให้อาหารเลื่อนออก ( tube displacement ) มาอยู่ในหลอดอาหาร ( esophagus ) หรือเข้าไปในหลอดลม (respiratory tract)  ถ้าพยาบาลที่จะให้อาหารทางสายไม่ได้ทดสอบปลายสายก่อนให้อาหารจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการ
ที่อาหารเหลวเข้าไปในหลอดลม หรือถ้าปลายสายอยู่ในหลอดอาหารจะทำให้ผู้ป่วยอาเจียนและสำลักอาหารได้

2. อาเจียน ( vomiting ) เนื่องจาก

   - ปลายสายเลื่อนมาอยู่ในหลอดอาหาร

   - การให้อาหารทางสายเร็วเกินไป เกิดการหดเกร็ง ( spasm ) ของกระเพาะอาหาร

   - มีลมเข้าไปขณะให้อาหารทำให้ผู้ป่วยท้องอืด เป็นสาเหตุให้เกิดการอาเจียนได้

   - การจัดท่าไม่เหมาะสม ท่าทีเหมาะสมในการให้อาหารทางสายคือ ผู้ป่วยอยู่ในท่าศีรษะสูง ( Fowler ' s position )

3. ท้องเสีย ( diarrhea )   ผ ู้ป่วยที่ได้รับอาหารทางสายและเกิดอาการท้องเสีย มีสาเหตุการเกิดได้หลายสาเหตุ คือ

   - ผู้ป่วยที่ไม่มีน้ำย่อยสำหรับย่อยนม ( lactose interance ) ถ้าสูตรอาหารเหลวมีนมผสมจะทำให้ผู้ป่วยท้องเสีย

   - สูตรอาหารที่มีความเข้มข้นมาก ( high osmolarity formula ) เป็นสาเหตุให้มีการดึงน้ำออกมาอยู่ในลำไส้มาก และเกิดอาการ
ท้องเสียได้

   - อาหารเหลวที่ให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย หรือเกิดจากการเก็บอาหารเหลวไม่ถูกต้องทำให้อาหารเหลวบูด จึงเป็นสาเหตุให้
เกิดท้องเสีย

   - การให้อาหารเหลวในอัตราการไหลที่เร็วเกินไป และผู้ป่วยมีปัญหาในการย่อยและดูดซึมได้ดี

4. ท้องผูก ( Constipation )    ปัญหาท้องผูกในผู้ป่วยที่ได้รับอาหารทางสายเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้

   - ขาดใยอาหาร

   - ผู้ป่วยได้รับน้ำไม่เพียงพอ

5. ขาดน้ำ ( Dehydration )    ผู้ป่วยที่ได้รับอาหารทางสาย มักจะมีปัญหา dehydration เนื่องจากผู้ป่วยเองไม่สามารถบอกได้
ทำให้ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ ( fluid intake < output ) ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพยาบาลที่จะต้องประเมินสภาพร่างกายของผู้ป่วย ว่ามีปัญหาการขาดน้ำหรือไม่ ซึ่งจะประเมินจากจำนวนน้ำและของเหลวที่ผู้ป่วยได้รับ เทียบกับปริมาณน้ำที่ถูกขับออกจากร่างกาย และสภาพทางผิวหนัง ( Skin moisture &turgor )

6. ภาวะไม่สมดุลของสารน้ำ ( Electrolyte imbalance )   ปัญหาความไม่สมดุลของสารน้ำในร่างกายจากสูตรอาหารที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดภาวะ

   - Hyponatremia ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำกว่าปกติ

   - Hypernatremia ภาวะโซเดียมในเลือดสูงกว่าปกติ

   - Hypokalemia ภาวะโปแตสเซี่ยมในเลือดต่ำกว่าปกติ

   - Hyperkalemia ภาวะโปแตสเซี่ยมในเลือดสูงกว่าปกติ

      ภาวะโซเดียม และโปแตสเซี่ยมในเลือดต่ำหรือสูงกว่าปกติมีผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะ สมอง ไต หัวใจ และกล้ามเนื้อทั่วร่างกายซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย