อุณหภูมิของร่างกาย

             ( Body temperature)

 

    อุณหภูมิปกติของร่างกาย หมายถึง อุณหภูมิที่วัดได้จากคนปกติในระยะพักที่ไม่ได้รับผลกระทบ
จากความร้อนใดๆ  คนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  ซึ่งจัดเป็นสัตว์เลือดอุ่นที่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
ให้คงที่อยู่ที่ 37องศาเซลเซียส  ความร้อนที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นเป็นผลที่ได้มาจากกระบวนการเผาผลาญอาหาร
ซึ่งเกิดขึ้นภายในเซลของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ความร้อนที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งจะถูกถ่ายเทออกสิ่งแวดล้อม  อีกส่วน
หนึ่งจะถูกเก็บไว้เพื่อทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิคงที่

    การมีไข้ หมายถึง สภาพที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศา (เมื่อวัดทางปาก)
 การมีไข้ถือว่ามีประโยชน์ เพราะใช้เป็นสัญญาณเตือนให้ทราบว่าร่างกายมีความผิดปกติ
ควรได้รับการดูแลเอาใจใส

       

  หลักการเลือกวิถีทางในการวัดอุณหภูมิร่างกาย
  
    การวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก

 การวัดอุณหภูมิทางรักแร้


การวัดอุณหภูมิร่างกายทางปาก
การวัดอุณหภูมิร่างกายทางปากเหมาะกับผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะดี ไม่หมดสติ ไม่สับสน และไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่วัดอุณหภูมิหลังดื่มหรือรับประทานของร้อนและเย็น เคี้ยวหมากฝรั่ง สูบบุหรี่ ควรรอ 20-30 นาทีก่อนวัด
วิธีการวัด นำเทอร์โมมิเตอร์มาแล้วสลัดเทอร์โมมิเตอร์จนปรอทลงเข้าในกระเปาะหรือต่ำกว่า 35.5องศาเซลเซียส วางเทอร์โมมิเตอร์บริเวณโคนลิ้นด้านหลัง วัดนาน 3-5 นาที จากนั้นจึงค่อยนำเทอร์โมมิเตอร์ออก
อุณหภูมิปกติของร่างกายคือ 36.0-37.5 องศาเซลเซียส

การวัดอุณหภูมิร่างกายทางทวารหนัก
ไม่การวัดอุณหภูมิร่างกายทางทวารหนักเป็นวิธีการวัดที่แม่นยำที่สุด  เหมาะสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี  ไม่วัดอุณหภูมิทางทวารหนักในผู้ที่มีบาดแผลหรือมีการอักเสบทางทวารหนัก
วิธีการวัด นำเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดทวารหนัก ทาสารหล่อลื่น เช่น วาสลีน แล้วสอดเข้าไปในรูทวารหนัก ลึก ครึ่งนิ้ว-1 นิ้ว วัดประมาณ 2 นาที จากนั้นจึงนำมาอ่านค่าที่ได้

การวัดอุณหภูมิร่างกาย
ทางรักแร
การวัดอุณหภูมิร่างกายทางรักแร้ จะมีความแม่นยำน้อยสุด 
วิธีการวัด ให้ผู้ป่วยกางแขนออก ถ้ารักแร้ชื้นให้ใช้ผ้าซับให้แห้ง เพราะความชื้นจะทำให้ได้ค่าอุณหภูมิที่ต่ำกว่าความเป็นจริง 
แต่ไม่ควรถูไปถูมาเพราะจะทำให้อุณหภูมิที่รักแร้เพิ่มขึ้น นำเทอร์โมมิเตอร์มาแล้วสลัดให้
ปรอทอยู่ในกระเปาะหรือต่ำกว่า 35.5 องศาเซลเซียส วางเทอร์โมมิเตอร์ให้กระเปาะอยู่ตรงกลางรักแร้ หุบแขนให้ชิดกับลำตัว วัดนาน 5-8 นาทีจึงค่อยนำเทอร์โมมิเตอร์ออก