ชนิดของการสวนอุจจาระ

ชนิดของการสวนอุจจาระ

(Types of Enema)

1. การสวนตัว (Cleansing enema or enema to be expelled)

เป็นการสวนน้ำ หรือ น้ำยาเข้าไปในลำไส้ใหญ่เพื่อกระตุ้นให้มีการ เคลื่อนไหวของลำไส้ โดยการทำให้เกิดการระคายเคือง ของ colon หรือ rectum รวมทั้งทำให้ลำไส้โป่งตึง ด้วยน้ำหรือน้ำยา และขับเอาอุจจาระออกมา

 

จุดประสงค์ในการสวนล้าง เพื่อ

1. บรรเทาอาการท้องผูก อุจจาระอัดแน่น

2. ล้างลำไส้ใหญ่ให้สะอาด ใช้ในการเตรียม ตรวจ ผ่าตัด หรือการ X-ray บางอย่าง

3. ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ ในช่วงเข้าโปรแกรมฝึกการขัยถ่าย

2. การสวนเก็บ (Retention enema or enema to be retained)

เป็นการสวนน้ำยาเข้าไป เก็บไว้ในลำไส้ใหญ่จำนวนน้ำยาที่ใช้ผู้ใหญ่ไม่เกิน 200 มิลิลิตร

จุดประสงค์ในการสวนเก็บ ขึ้นอยู่ชนิดของน้ำยาที่ใช้สวน ที่นิยมใช้มีดังนี้

2.1 Oil – retention enema เป็นการส่วนเก็บด้วยน้ำมัน เพื่อให้อุจจาระอ่อนตัว กระตุ้นให้ลำไส้มีการบีบตัวดีขึ้น

2.2 Medicated enema เป็นการสอนเก็บด้วยยา เพื่อให้ยาดูดซึมเข้าไปในร่างกายทางทวารหนัก เช่น Neomycin enema จุดประสงค์เพื่อลดเชื้อแบคทีเรียลำไส้ใหญ่ ก่อนผ่าตัดเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ หรือเป็นการสวนเพื่อการวินิจฉัยโรค เช่น การทำ Barium enema โดยการใช้ barium sulfate ผสมน้ำสวนเข้าทางทวารหนัก แล้วถ่ายภาพด้วย X-ray ทำให้มองเห็นลักษณะผิดปกติของลำไสได้ชัดเจน

 

ประเภทของการสวนล้าง แบ่งตามความเข้มข้นของสารละลาย

สารละลายที่ใช้ในการสวนล้างอุจจาระมีหลายชนิด ได้แก่น้ำประปา (tap water) น้ำเกลือ (momal saline solution) น้ำยาเข้มข้น (hypertonic saline solution) น้ำยาเข้มข้น (hyertonic solution) น้ำสบู่ (soap solution) สามารถจัดกลุ่มชนิดของน้ำยาตามความเข้มข้นของสารละลายได้ดังนี้

1. Hypertonic solution สารละลายที่มีความเข้มข้นมากว่าความเข้มข้นของเลือดในร่างกายอาจอยู่ในรูปน้ำยาสำเร็จรูปที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป เช่น Fleet enema, Uni – ma ประกอบด้วย Sodium biphosphate และ Sodium phosphate เป็นการสวนด้วยน้ำยาปริมาณน้อย ช่วยลดความอ่อนล้าและความกลัวของผู้ป่วยจากการสวนล้างชนิดปริมาณมากได้ ภายหลังสวนน้ำยาเข้าไป พยาบาลจะต้องบอกให้ผู้ป่วยพยายามกลั้นอุจจาระไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทนได้ เพื่อรอให้มีการดึงน้ำออกจาผนังลำไส้ออกมาปนกับอุจจาระ โดยวิธี osmosis ทำให้อุจจาระอ่อนตัว ผนังลำไส้เกิดการตึงตัวและกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัว ขับอุจจาระออกมาดังนั้นห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ขาดน้ำ ผู้ป่วยโรคหัวใจผู้ป่วยจำกัดเกลือ และผู้ป่วยเด็ก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียน (Circulatory overload) ได้

2. Hypotonic solution สารละลายที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าความเข้มข้นของเลือดในร่างกาย เช่น น้ำประปา (tap water) การสวนด้วยสารละลายชนิดนี้ ใช้ในการเตรียมตรวจการถ่ายภาพทางรังสี หรือผ่าตัดบริเวณลำไส้ใหญ่ เพราะไม่ทำให้เกิดการระคายต่อลำไส้ แต่การสวนอุจจารด้วยน้ำ จะไม่ทำซ้ำ เนื่องจากน้ำมีความเข้มข้นน้อยกว่าเมื่อเข้าไปในร่างกาย น้ำจะซึมผ่าน (osmosis) เข้าสู่เซลล์ ทำให้เกิดการเสียสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย หรืออาจมีการเพิ่มน้ำในร่างกายมากเกินไป เกิดภาวะน้ำเป็นพิษ “water intoxication” ผู้ป่วยออกมาจะมีอาการอ่อนเพลีย เหงื่อออกมาก ซีด อาเจียน ไอ จาม ดังนั้นไม่ควรใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต และผู้ป่วยเด็ก

สวนน้ำสบู่ (soap solution) ใช้สบู่เหลว 30 มล. ผสมน้ำ 1,000 มล. ผสมแล้วเป็นสีน้ำชาข้าวไม่ควรผสมให้มีความเข้มข้นมากกว่านี้ เพราะสบู่จะระคายเคืองต่อผนังลำไส้เกิดลำไส้อักเสบ (colitis) ได้

3. Isotonic solution สารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับความเข้มข้นของเลือดในร่างกาย เช่น 0.9% Normal saline solution เป็นสารละลายที่มีความปลอดภัยมากที่สุด นิยมใช้ในการสวนล้างที่ใช้ปริมาณน้ำมาก การเตรียมสารละลายใช้เองโดยใช้เกลือแกง 2 ช้อนชา ผสมในน้ำ 1,000 มล. จะได้น้ำเกลือความเข้มข้นประมาณ 0.9% การสวนด้วยน้ำเกลือช่วยแก้ปัญหาการเสียสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย แต่ในเด็กเล็กเด็กโตอาจเกิดการไม่สมดุลของน้ำจากความเข้มข้นของเกลือที่ได้รับ

ข้อควรคำนึงในการสวนอุจจาระ

1. เด็กเล็ก และเด็กโต

1.1 ควรจัดให้อยู่ในท่านอนหงายชันเข่า (Dorsal recumbent position) บนหม้อนอนเนื่องจากกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักของเด็กอาจจะยังไม่แข็งแรง ทำให้กลั้นอุจจาระไม่ได้เต็มที่

1.2 ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ จะต้องคำนึงถึงจำนวนน้ำยาใช้สวนล้าง ให้พิจารณาตามแผนการรักษา

1.3 เด็กเล็กและเด็กโต ปกติไม่ควรใช้น้ำยาที่มีความเข้มข้นสูง หรือน้ำประปา เนื่องจากอาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตหรือมีภาวะน้ำเป็นพิษได้

ดังนั้นในเด็ก น้ำยาที่นิยมใช้คือ 0.9% NSS เตรียมปริมาณน้ำยา ดังนี้

เด็กเล็ก 150 – 250 มิลลิลิตร

เด็กวัยก่อนเรียน 250 – 300 มิลลิลิตร

เด็กวัยเรียน 300 – 350 มิลลิลิตร

วัยรุ่น 500 – 750 มิลลิลิตร

1.4 ใช้ rectal tube แทนหัวสวน ป้องกันการบาดเจ็บของเยื่อบุลำไส้ โดย

เด็กโต สอดลึก 2 – 3 นิ้ว

เด็กเล็ก สอดลึก 1 – 1.5 นิ้ว

2. ผู้สูงอายุ

ในผู้สูงอายุกล้ามเนื้อหูรูดอาจหย่อนสมรรถภาพ ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ในลำไส้ได้ จึงควรจัดให้อยู่ในท่านอนหงายชันเข่าบนหม้อนอน

3. อุณหภูมิของน้ำยา อุ่นโดยการใส่ในภาชนะตั้งในน้ำร้อน

ผู้ใหญ่ อุณหภูมิของน้ำยา ประมาณ 105 ?- 110 ?(40 – 43 ?ซ)

เด็ก อุณหภูมิของน้ำยา ประมาณ 100 ?ฟ (37.7 ?ซ)

อุณหภูมิของน้ำยาอุ่นปานกลางนี้ ช่วยให้กล้ามเนื้อหย่อนตัว หากร้อนเกินไปจะทำอันตรายต่อเยื่อบุลำไส้ แต่ถ้าน้ำยาเย็นเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง (abdominal cramping) ได้

สำหรับน้ำยาชนิด Hypertonic solution ไม่จำเป็นต้องอุ่น สามารถใช้น้ำยาในอุณหภูมิห้องได้

4. ข้อห้ามในการสวนอุจจาระ (Contraindicated Enemas) ไม่ทำการสวนอุจจาระใน ผู้ป่วยต่อไปนี้

4.1 ลำไส้อุดตัน (bowel obstruction)

4.2 มีการอักเสบของลำไส้ เช่น ไส้ติ่ง อักเสบ (appendicitis)

4.3 มีการติดเชื้อในช่องท้อง (infection of abdomen)

4.4 ผู้ป่วยภายหลังผ่าตัดลำไส้ (post rectal surgery)

 

การประเมิน (Assessment)

ก่อนทำการสวนล้างพยาบาลควรมีการประเมินผู้ป่วยดังนี้

1. ตรวจสอบคำสั่งการรักษาของแพทย์รวมทั้งจุดประสงค์ในการสวนอุจจาระ

2. ประเมินความสามารถในการควบคุมการขับถ่ายอุจจาระ ในกรณีผู้ป่วยเป็นอัมพาต (paralysis) และกล้ามเนื้อหูรูดทำงานไม่ดี จะต้องจัดให้นอนบนหม้อนอน เพราะผู้ป่วยจะเก็บน้ำไม่อยู่

3. ประเมินการเกิดหรือมีโอกาสเกิดริดสีดวงทวาร ทั้งภายในและภายนอกทวารหนัก ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยมีความไม่สุขสบาย และเกิดเลือดออกจากทางแคะล้วงได้จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการสวนอุจจาระมากขึ้น

4. ประเมินอาการปวดท้อง (abdominal pain) เพื่อให้แน่ใจว่าขณะสวนอุจจาระผู้ป่วยไม่เกิดอาการปวดท้องจากลำไส้ทะลุ (bowel perforation)

5. ประเมินผลสภาพจิตใจ ความกลัว ความวิตกกังวลต่อการสวนอุจจาระ ดูระดับความเข้าใจและประสบการณ์ในการสวนอุจจาระ เพื่อเตรียมการสวนให้เหมาะสมกับผู้ป่วย

6. ประเมินความจำกัดในการเคลื่อนไหวร่างกาย

7. ถ้าสงสัยว่ามีอุจจาระอัดแน่น ให้คลำบริเวณหน้าท้อง เพื่อประเมินอาการอึดอัดแน่นท้องรวมทั้งการใส่ถุงมือสอดเข้าทางทวารหนัก เพื่อตรวจสอบภาวะอุจจาระอัดแน่น

 

การเตรียมทางด้านจิตใจในผู้ที่ได้รับการสวนอุจจาระ

พยาบาลควรตระหนักถึงการเตรียมทางด้านจิตใจของผู้ป่วยให้พร้อมที่จะได้รับการสวนอุจจาระดังต่อไปนี้

1. อธิบายเหตุผลในการสวนอุจจาระ

2. อธิบายขั้นตอนและวิธีการสวนอุจจาระ

3. อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความจำเป็นในการพยายามเก็บน้ำยาที่ใช้ในการสวนอุจจาระไว้ให้นานเพื่อจะทำให้การสวนอุจจาระประสบผลสำเร็จ

4. อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า การสวนอุจจาระไม่ได้ใช้เฉพาะเมื่อเกิดภาวะท้องผูกเท่านั้น

5. บอกให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า ผู้ป่วยจะสามารถกดชักโครกได้เมื่อพยายามสังเกตลักษณะของอุจจาระแล้ว

6. อธิบายให้ผู้ป่วยที่ไม่เคยได้รับการสวนอุจจาระว่าจะรู้สึกแน่นอึดอัดท้องหรืออยากถ่ายอุจจาระขณะได้รับการสวนอุจจาระ

7. อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า หากเกิดการเป็นตะคริว (cramps) หรือปวดท้องขณะได้รับการสวนอุจจาระ ควรแจ้งให้พยาบาลทราบ

8. อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึง ท่าที่เหมาะสมในการสวนอุจจาระ ควรเป็นท่านอนตะแคงซ้าย เข่าและสะโพกงอนไปทางหน้าอก จะช่วยให้การสวนอุจจาระง่ายและสะดวกในการทำ

 

เครื่องใช้ในการสวนล้าง (Equipments)

1. หัวสวน (Enema tip) ใช้ rectal tube แทน กรณีมีแผลที่ฝีเย็บ เป็นริดสีดวงทวารและในเด็กเล็ก เลือกขนาดให้เหมาะสมกับวัย ดังนี้

ผู้ใหญ่ ใช้ขนาด 22 – 32 Fr.

เด็กโต ใช้ขนาด 14 – 18 Fr.

เด็กเล็ก ใช้ขนาด 12 Fr.

2. น้ำยา ชนิดของน้ำยาให้พิจารณาตามแผนการรักษาในผู้ใหญ่เตรียมน้ำยา ดังนี้

2.1 การสวนน้ำยาปริมาณมาก (Large – Volume Enema)

2.2 การสวนด้วยน้ำปริมาณน้อย (Small – Volume Enema) เช่น Fleet enema (hypertonic solution) จำนวน 150 – 240 มิลลิลิตร

3. หม้อสวน (Enema can) ถ้าปริมาณน้ำยาน้อยใช้กระบอกฉีดยา ขนาด 50 มิลลิลิตร (Imitation Syringe) แทน

4. เหยือก (Jug) สำหรับใส่น้ำยาที่ใช้สวน

5. เสาแขวนหม้อสวน (Stand)

6. สารหล่อลื่น ชนิดที่ละลายน้ำ (Water-soluble lubricant) เช่น วาสลิน (Vaselin)

7. * ถุงมือชนิดใช้ครั้งเดียว (Disposable gloves)

8. * ผ้ายารองกันเปื้อน

9. หม้อนอนและชุดชำระอวัยวะสืบพันธ์ภายนอก กรณีผู้ป่วยไม่สามารถลุกจากเตียงได้

10 *ชามรูปไต หรือภาชนะใส่ของใช้แล้ว

11.*กระดาษชำระ

(กรณีใช้น้ำยาสำเร็จรูป เตรียมเครื่องใช้เฉพาะที่มีเครื่องหมาย*)

 

วิธีการาสวนล้าง

1. ตรวจสอบคำสั่งการรักษา

2. ล้างมือให้สะอาด ลดโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อโรค

3. นำเครื่องใช้มาที่เตียงผู้ป่วย

4. บอกให้ผู้ป่วยทราบ ปิดประตูกั้นม่าน ผู้ป่วยรู้สึกเป็นส่วนตัว ลดอาการขวยเขินและรู้สึกผ่อนคลาย

5. ปูผ้ายางขวางเตียงบริเวณก้นของผู้ป่วยป้องกันผ้าปูที่นอนเปื้อน

6. จัดท่านอน ให้ผู้ป่วยอยู่ในทานอนตะแคงซ้าย (Left Sim's position) ชิดมาทางริมเตียงขาซ้ายงอเล็กน้อย และขาขวางอเข่าไปข้างหน้าท่านี้จะช่วยให้น้ำยาไหลเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ส่วน sigmoid และ Descending colon ได้ง่ายขึ้น

กรณีเด็กเล็ก เด็กโต กล้ามเนื้อหูรูดไม่แข็งแรงหรือผู้สูงอายุ ที่กล้ามเนื้อทวารหนักหย่อนสมรรถภาพ จะไม่สามารถเก็บน้ำไว้ในลำไส้ได้เต็มที่ ควรจัดให้นอนหงายชันเข่า (dorsal recumbent position) บนหม้อนอน

การจัดให้ผู้ป่วยนั่งบนโถส้วม การสวนอุจจาระจะไม่มีประสิทธิภาพ เพราะแรงดันของน้ำจะไม่เพียงพอในการด้านแรงโน้มถ่วงของโลกเข้าไปในลำไส้ได้

7. คลุมผ้าเปิดเฉพาะบริเวณทวารหนัก การคลุมผ้าช่วยทำให้ผู้ป่วยมีความเป็นส่วนตัว รู้สึกอบอุ่นและรู้สึกผ่อนคลาย

8. เทน้ำยาลงในหม้อสวน แขวนหม้อสวนในผู้ใหญ่แขวนให้สูงเหนือระดับทวารหนักของผู้ป่วยประมาณ 12 นิ้ว (30 เซนติเมตร) สำหรับในเด็กเล็ก การแขวนหม้อสวนไม่ควรสูงเกิน 3 นิ้ว (7.5 เซนติเมตร) เป็นความสูงของหม้อสวน

<back>