รู้เรื่อง ... ฟัน
         ทุกคนคงต้องยอมรับว่า "ปาก" เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อทุกชีวิต ในช่องปากมีอวัยวะที่สำคัญ คือ เหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้ม เพดาน และลำคอส่วนต้น ฟัน จัดเป็นอวัยวะที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย โดยมีความแข็งแรงมากกว่ากระดูก เป็นปวัยวะเดียวที่ไม่มีการเติบโต เพิ่มขนาด หรือเปลี่ยนแปลงรูปร่าง หลังจากขึ้นมาในช่องปากแล้ว แต่ฟันยังเป็นอวัยวะที่มีชีวิต รับความรู้สึก และเจ็บปวดได้ ถ้ามีการสึกกร่อน หรือทำลายชองเนื้อฟันลง ฟัน ... มีความสำคัญต่อชีวิต ตั้งแต่เป็นฟันน้ำนม ที่เริ่มขึ้นในวัยเด็ก จวบจนเป็นฟันแท้ที่จะอยู่กับเราไปจนกระทั่งถึงวัยชรา ถ้าหากเราเอาใจใส่ดูแล รักษาความสะอาด ด้วยการแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อฟัน หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นโทษกับฟัน เช่น ขนมหวานเหนียวติดฟัน น้ำอัดลม เป็นต้น และที่สำคัญคือ ต้องใช้ฟันให้ถูกหน้าที่ คือ ฟันมีหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร ช่วยในการออกเสียง และช่วยสร้างรอยยิ้มที่ประทับใจ และควรหาเวลาไปพบทันตแพทย์ เพื่อการบูรณะ และป้องกันความผิดปกติปีละครั้ง เพียงเท่านี้ เราก็จะมีสุขภาพฟันที่ดี
โครงสร้างของฟัน
แม้ว่าฟันจะมีรูปร่างและหน้าที่ต่างกัน แต่ส่วนประกอบในโครงสร้างของฟันแต่ละซี่ จะเหมือนกัน คือ
    ลักษณะภายนอกของฟัน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
  1. ตัวฟัน ... เป็นส่วนที่ขึ้นอยู่ในช่องปาก ส่วนที่โผล่พ้นเหงือก มองเห็นในช่องปาก
  2. รากฟัน ... เป็นส่วนที่ฝังอยู่ภายใต้เหงือก และกระดูกขากรรไกร มีเหงือกหุ้มทับ
    ลักษณะภายใน ... ถ้าผ่าฟันทั้งซี่ออกตามแนวยาว จะพบว่า ฟันไม่ได้เป็นแท่งตันหมด แต่จะแบ่งเป็นชั้นๆ ประกอบด้วย
  1. ชั้นเคลือบฟัน ... สีขาวใส เป็นชั้นที่อยู่นอกสุด จะหุ้มตัวฟัน เป็นส่วนที่แข็งที่สุด เพราะต้องทนต่อการสัมผัสกับอาหาร และความเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ภายในช่องปากตลอดเวลา
  2. ชั้นเคลือบรากฟัน ... สีเหลือง แข็งแรงน้อยกว่าเคลือบฟัน คลุมเนื้อฟันเฉพาะส่วนรากฟัน
  3. เนื้อฟัน ... จะอยู่ถัดเข้ามา มีสีครีม ค่อนข้างเหลือง มีช่องทางติดต่อรับความรู้สึก จากปลายประสาทชั้นในสุดได้
  4. โพรงประสาทฟัน ... เป็นโพรงตรงกลาง เป็นแกนกลาง คล้ายไส้ดินสอ เป็นที่อยู่ของเนื้อเยื่อเส้นประสาท เส้นเลือด ท่อน้ำเหลือง และเซลที่จะสร้างเนื้อฟัน เส้นเลือดและเส้นประสาท จะแยกจากแขนงใหญ่ เข้ามาทางรูปเปิดปลายฟัน เป็นจุดสำคัญที่สุดในการรับความรู้สึก และความคงชีวิตของฟัน ดังนั้น ธรรมชาติจึงสร้างฟัน ให้มีความแข็งแรง เพื่อป้องกันชั้นนี้
ลักษณะของฟันแต่ละซี่
  1. ฟันตัด หรือฟันกัด : จำนวน 8 ซี่ ทางด้านหน้าล่าง 4 ซี่ ด้านบน 4 ซี่ รูปร่างคล้ายลิ่มบาง ทำหน้าที่กัด หรือตัด ช่วยในการออกเสียง และให้ความสวยงาม
  2. ฟันเขี้ยว : จำนวน 4 ซี่ บน 2 ซี่ ล่าง 2 ซี่ อยู่บริเวณมุมปาก ซ้าย-ขวา ปลายฟันค่อนข้างแหลม เป็นฟันที่แข็งแรงรากยาว ทำหน้าที่ฉีกอาหาร ช้วยรักษารูปทรงของใบหน้า บริเวณมุมปากไม่ให้บุ๋ม
  3. ฟันกราม : จำนวน 20 ซี่ บน 10 ซี่ ล่าง 10 ซี่ อยู่ถัดฟันเขี้ยวเข้าไปข้างใน แบ่งเป็นฟันกรามน้อย (ซึ่งไม่มีในฟันน้ำนม) 8 ซี่ และฟันกราม 12 ซี่ มีขนาดใหญ่กว่าฟันกลุ่มอื่น รูปร่างเกือบเป็นสี่เหลี่ยม มีหน้าตัด ซึ่งทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร
อวัยวะปริทันต์
  1. เหงือก : เป็นเนื้อเยื่อที่คลุมบางส่วนของฟัน และกระดูกขากรรไกร ปกติมีสีชมพู หรือคล้ำ ตามสีผิว เนื้อแน่น ขอบบาง แนบไปกับคอฟันพอดี เหงือกที่อยู่ระหว่างซอกฟัน จะเต็มเป็นรูปสามเหลี่ยม ยอดแหลม ขอบเหงือกกับตัวฟัน จะมีร่องโดยรอบ ลึกประมาณ 1-2 มม.
  2. เนื้อเยื่อปริทันต์ : เป็นเนื้อเยื่อรอบรากฟัน ที่ยืดหยุ่นได้เล็กน้อย ทำหน้าที่ยึดรากฟันให้ติดกับกระดูกเบ้าฟัน และช่วยกระจายแรงบดเคี้ยว ไปยังกระดูกขากรรไกรด้วย
  3. กระดูกเบ้าฟัน : เป็นส่วนของกระดูกขากรรไกร ที่รากฟันฝังตัวอยู่ มีรูปร่างเว้าไป ตามลักษณะรากฟันแต่ละซี่
อวัยวะอื่น ที่เกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยว
  1. ลิ้น : มีเล้นเลือด เส้นประสาท เป็นจำนวนมาก ไวต่อการรับสัมผัส มีตุ่มเล็กๆ สำหรับรับรส ช่วยกวาดรวมรวมอาหาร ให้ฟันบดเคี้ยวได้สะดวก และช่วยในการพูดออกเสียงด้วย
  2. ต่อมน้ำลาย : ต่อมขนาดใหญ่อยู่บริเวณใต้ลิ้น หน้าใบหู และใต้ขากรรไกร ส้วนต่อมเล็กๆ กระจายทั่วไป ในผนังช่องปาก ต่อมน้ำลายจะถูกกระตุ้นให้หลั่งน้ำลาย เฉลี่ยประมาณวันละ 1-2 ลิตร เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นแก่อวัยวะในช่องปาก และช่วยผสมผสานอาหารนุ่ม ลื่น พร้อมสำหรับการกลืน
  3. เยื่อบุช่องปาก : ได้แก่ เนื้อเยื่อบริเวณผนังของกระพุ้งแก้ม ริมฝีปากด้านใน ถ้ามีสภาพสมบูรณ์ จะช่วยให้การทำงานของอวัยวะอื่น ในขณะบดเคี้ยวมีประสิทธิภาพ
เรื่องของฟันเขี้ยว
ฟันเขี้ยว เป็นฟันที่มีความแข็งแรง เพราะมีรากฟัน 1 ราก ที่ยาวและใหญ่กว่าฟันซี่อื่นๆ ตำแหน่งของฟันเขี้ยว จะอยู่ที่บริเวณมุมปาก มีหน้าที่กัดและฉีกอาหาร รวมไปถึงการรักษารูปร่างของใบหน้า ให้มีมุมบริเวณริมฝีปากด้วย
คนที่มีฟันเรียงตัวไม่เป็นปกติ หรือที่เรียกว่าฟันเกนั้น อาจจะมีฟันซ้อนที่บริเวณฟันเขี้ยวได้ โดยมีลักษณะฟันมากระจุกอยู่หลายซี่ ทำให้ต้องเน้นการรักษาความสะอาดให้ดี เพราะถ้ามีการหมักหมม ของเศษอาหารเป็นประจำ ก็จะทำให้เกิดฟันผุได้ ถ้าฟันเขี้ยวเสียไป อาจทำให้ต้องถอน ก็จะทำให้ความแข็งแรงของฟัน ลดน้อยลงไปได้ด้วย
ฟันแท้ซี่แรกในช่องปาก
ในช่วงเวลาการขึ้นของฟันแท้ซี่แรก จะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 6-7 ปี ซึ่งเด็กคงยังไม่สามารถตระหนักถึง การดูแลรักษาความสะอาดด้วยตนเองได้ พ่อแม่ต้องเป็นผู้ปลูกฝัง และพ่อแม่ควรจะมีความรู้ว่า ฟันแท้ซี่แรกที่ควรขึ้นเป็นซี่แรกในช่องปากของลูก ก็คือ ฟันกรามแท้ซี่ที่ 1 ซึ่งจะมี 4 ซี่ อยู่ที่ 4 ด้านของฟันในขากรรไกร
ฟันแท้ซี่แรกซี่นี้ จะขึ้นมาโดยไม่มีการแทนที่ฟันน้ำนม โดยจะขึ้นมาทางด้านหลังของฟันกรามน้ำนม ซี่สุดท้าย โดยถ้าลองนับฟันดู จะนับฟันน้ำนมได้ 20 ซี่ แบ่งเป็นฟัน 10 ซี่ และฟันล่าง 10 ซี่ ฟันส่วนที่เกินไปทางข้างใน ก็คือ ฟันแท้ หรือ ฟันกรามแท้ซี่ที่ 1 นั่นเอง
ฟันแท้ซี่แรกนี้ จะเป็นกรามแท้ที่แข็งแรงที่สุด ขนาดซี่จะใหญ่ที่สุด และมีรากฟันที่แข็งแรง ทำหน้าที่ช่วยในการบดเคี้ยวอาหารให้ละเอียด เพราะฉะนั้น ควรให้ความสนใจ ดูแลความสะอาดตั้งแต่ลูกยังเล็ก เพราะฟันแท้ขึ้นมานี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต
หน้าที่ของฟันน้ำนม
    ความสำคัญของฟันน้ำนม
  1. ใช้กัด ตัด และบดเคี้ยวอาหารให้ละเอียด
  2. ให้ความสวยงาม
  3. ช่วยออกเสียงให้ชัดเจน ที่นอกเหนือจากฟันแท้ คือ ช่วยให้การเจริญของขากรรไกร เป็นไปอย่างปกติ และกันที่ไว้ให้ฟันแท้ขึ้นมาแทนที่
    ผลเสียที่ฟันน้ำนมถูกถอนไป ่ก่อนกำหนด หรือหลุดช้ากว่ากำหนด
  1. ฟันล้มเอียงเข้าหาช่องว่าง ฟันแท้ตำแหน่งนั้นไม่สามารถขึ้นได้อย่างปกติ
  2. ฟันคู่สบยื่นยาว เกิดการสบฟัน การเคี้ยวผิดปกติ
  3. ฟันที่เหลือรวนเก แปรงฟันได้ไม่สะอาด เศษอาหารติดฟันง่าย
  4. พูดไม่ชัด เกิดปมด้อย
  5. ฟันซ้อนเก
ฟันเกิน
บางครั้ง คนเราอาจมีฟันเกิน 32 ซี่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ และมักเกิดมาจาก กระบวนการสร้างฟันที่ผิดปกติ มีหน่อของฟันเกิน ซึ่งมักเกิดจากมีการรบกวนอวัยวะภายในร่างกาย ขณะที่กำลังมีการสร้างฟัน ลักษณะที่มองเห็นในช่องปาก เช่น อาจมีฟันขึ้นมาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งฟันนี้ไม่มีความจำเป็นอะไร ถ้ามีปัญหากับสุขภาพเด็ก หรือแม่ เช่น ดูดนมแม่ไม่ได้ ก็อาจถอนออกไปก็ได้ หรือ กรณีฟันมีเกินมาแทรกระหว่างฟันหน้า กรณีนี้จะเกิดความไม่สวยงาม ต้องทำการตรวจสอบดูก่อนว่า ฟันซี่อื่นๆ มีอยู่ครบถ้วนหรือไม่ ถ้ามีครบควรรีบถอนออกทันที เพื่อที่ฟันซี่อื่นๆ จะได้ไปเรียงตัวตามตำแหน่งปกติ ไม่เช่นนั้น อาจต้องทำการรักษาช่วย ด้วยการจัดฟัน